A : เซเรโบรไลซิน (Cerebrolysin) เป็นยาเตรียมจากเปปไทด์ (Porcine brain-derived peptide preparation 215.2 มก/มล ในรูปสารละลาย) มีชื่อสามัญทางยาคือ Protein- Free Hydrolysate จัดอยู่ในกลุ่มยา นูโทรปิก (Nootropics) ออกฤทธิ์กระตุ้น cell differentiation สนับสนุนการทำงานของเซลล์ประสาท (neurotrophic action) และช่วยป้องกันการทำลายของเซลล์ประสาท (Neuroprotection) ช่วยฟื้นฟูเซลล์ประสาท (Neurorecovery) ช่วยลดบริเวณเนื้อสมองตาย (Volume Infarction) ทำให้รอยโรคที่เกิดจากภาวะสมองขาดเลือดเป็นปกติ ลดความเสียหายของเยื้อเยื่อสมองในภาวะที่ได้รับบาดเจ็บ ยับยั้งการบวมและการอักเสบของเนื้อเยื้อสมอง ทำให้ความสามารถในการรับรู้ดีขึ้น ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเซลล์ประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง ยานี้ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศออสเตรีย และมีการใช้ในหลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเซีย เพื่อบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง ลดอาการแทรกซ้อนจากเลือดคลั่งในสมอง การบาดเจ็บทางกะโหลกศรีษะและสมอง สมองฟกช้ำหรือกระทบกระเทือน ในประเทศไทย เซเรโบรไลซิน (Cerebrolysin) ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการอาหารและยา ให้ใช้ในการบำบัดรักษา โรคหลอดเลือดสมองตีบและหลอดเลือดสมองแตก (Ischemic stroke & hemorrhagic stroke) โรคสมองเสื่อม (Vascular dementia & Alzheimer's disease) และผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บทางสมอง (Traumatic brain injury). 

A : เซเรโบรไลซิน (Cerebrolysin) มีรูปแบบเดียว เป็นยาน้ำสำหรับฉีด ขนาด 10 มล การให้ยาถ้าให้ในปริมาณน้อย 5 มล สามารถให้ทาง IM หรือ 10 มล ทาง IV โดยไม่เจือจาง การให้ยาขนาด 10-50 มล แนะนำให้หยดเข้าหลอดเลือดดำช้าๆ 15-60 นาที หลังจากเจือจางด้วยน้ำยามาตรฐานสำหรับหยดดังนี้  - 0.9% น้ำเกลือ , Ringer’s solution , 5% Glucose . 

A : ระยะเวลาการรักษาขึ้นกับการพิจารณาของแพทย์ คอร์สการรักษาที่ให้ผลดีที่สุด คือให้ทุกวันเป็นเวลา 10-20 วัน โดยมีขนาดยาแนะนำต่อวันดังนี้

     - โรคสมองเสื่อม 5 - 30 มล

     - อาการแทรกซ้อนภายหลังเลือดคั่งในสมอง 10 - 50 มล

     - อาการบาดเจ็บเกี่ยวกับกระโหลกศีรษะและสมอง 10 - 50 มล

     - เด็ก 1 - 2 มล

ประสิทธิผลการรักษาจะเพิ่มขึ้นได้โดยให้ยาซ้ำจนกระทั่งไม่ได้ผลดีเพิ่มขึ้น หลังจากได้รับยา คอร์สแรกแล้ว ความถี่ในการให้ยาอาจลดลงเป็น      2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์. 

A : เซเรโบรไลซิน (Cerebrolysin) ได้ผ่านขบวนการผลิต Standardized enzymatic breakdown ของ purified brain proteins สกัดออกมา มีขนาดโมเลกุลเล็กมาก < 10 kDa ดังนั้น peptides ชนิดโมเลกุลใหญ่ที่มี antigen potential จะถูกแยกออกระหว่างขบวนการผลิต และขบวนการควบคุมคุณภาพ จึงไม่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน จากการทดสอบเซเรโบรไลซินไม่ก่อ ให้เกิด antibodies ไม่ได้เป็นตัวกระตุ้น Histamine และไม่มีผลทำให้เลือดตกตะกอน (haemagglutinating effects). 

A : ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ใช้ยานี้ มักจะไม่พบผลข้างเคียงที่ก่อให้เกิดปัญหารุนแรงเท่าใดนัก อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ ท้องเสีย คลื่นไส้ และถ้าเดินยาเร็วเกินไป อาจทำให้รู้สึกร้อนหรือเหงื่อแตก มึนงง ได้ อาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าว เป็นลักษณะเฉพาะประชากรกลุ่มนี้อยู่แล้ว ดังนั้นอาการเหล่านี้อาจพบได้โดยไม่ใช้ยา. 

A : - ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของยา

     - การให้ยาในสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรพิจารณาข้อดี/ข้อเสียอย่างถี่ถ้วน

     - ถึงแม้ไม่มีข้อมูลว่าเซเรโบรไลซิน ทำให้เกิดความผิดปกติของไต แต่ก็ไม่ควรให้ยากับผู้ป่วยภาวะไตวายรุนแรง

     - เมื่อให้เซเรโบรไลซินผ่านสายยางเข้าหลอดเลือดเป็นเวลานาน ต้องล้างสายยางก่อนและหลังให้ยาด้วยน้ำเกลือ. 

A : ตามฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเซเรโบรไลซิน อาจเพิ่มฤทธิ์ของยาต้านอาการซึมเศร้าหรือ MAO inhibitor ในกรณีที่ให้ยาร่วมกัน จึงควรลดขนาดของยาต้านอาการซึมเศร้าลง และไม่ควรผสมเซเรโบไลซินกับ Balance amino acid solution.