A : ยาอัลเบนดาโซล (Albendazole) ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิ หลายชนิด เช่น พยาธิตัวกลม  พยาธิ
ตัวตืด  พยาธิใบไม้  เป็นต้น     องค์การอนามัยโลกจัดให้อัลเบนดาโซลเป็นยาจำเป็นสำหรับสาธารณสุขขั้นมูลฐานของแต่ละประเทศ
ประเทศไทยได้บรรจุให้อัลเบนดาโซลอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จากข้อมูลด้านเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmaco-
kinetic :  การศึกษาความเป็นไปเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย)    พบว่า  หลังการรับประทานยาอัลเบนดาโซล   ยาสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
น้อยกว่า 5% เมื่อ ยาผ่านเข้ากระแสเลือดจะจับตัวกับพลาสมาโปรตีน 7% โดยประมาณ  และถูกส่งไปเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีที่ตับ
ร่างกายต้องใช้เวลา  8 - 12  ชั่วโมงในการกำจัดยาออกจากร่างกายโดย   ผ่านมา กับน้ำปัสสาวะและอุจจาระ ยาอัลเบนดาโซลจัดอยู่
ในหมวดยาอันตราย การใช้ยาที่ถูกต้องและปลอดภัย ควรต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ทุกครั้ง

A : ยาอัลเบนดาโซลมีสรรพคุณคือ เป็นยาสำหรับฆ่า/ถ่ายพยาธิ ได้แก่ พยาธิปากขอ พยาธิตัวกลม (เช่น พยาธิไส้เดือน) พยาธิตัวแบน
(เช่น พยาธิตืดหมู พยาธิตืดวัว) พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย/พยาธิเข็มหมุด พยาธิใบไม้ตับ

A : ยาอัลเบนดาโซลมีกลไกการออกฤทธิ์ โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการเชื่อมต่อโปรตีนทิวบูลิน (Tubulin: โปรตีนสำคัญที่ใช้ในการ
ทำงานของเซลล์ของพยาธิ) ในตัวพยาธิ  อีกทั้งปิดกั้นการดูดซึมน้ำตาลกลูโคส  ทำให้พยาธิขาดพลังงานในการดำรงชีวิตและตายลง

A : ยาอัลเบนดาโซลมีรูปแบบการจัดจำหน่าย ดังนี้
     •  รูปแบบยาเม็ด ขนาดความแรง 200 มิลลิกรัม/เม็ด
     •  รูปแบบยาน้ำแขวนตะกอน ขนาดความแรง 100 และ 200 มิลลิกรัม/ 5 มิลลิลิตร

A : ยาอัลเบนดาโซลมีขนาดรับประทานดังนี้
     ก. สำหรับฆ่าพยาธิตัวตืด (Echinococosis) :
             • ผู้ใหญ่ : ที่น้ำหนักมากกว่า 60 กิโลกรัม : รับประทาน 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น เป็นเวลา 28 วัน,
               หากน้ำหนักตัวน้อยกว่า 60 กิโลกรัม รับประทาน 15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน 2 ครั้ง โดย
               ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 800 มิลลิกรัม/วัน
             • เด็ก : ขนาดรับประทานขึ้นกับอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก ซึ่งต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ เท่านั้น
     ข. สำหรับพยาธิตืดหมูในระบบประสาท (Neurodysticercosis) :
             • ผู้ใหญ่ : ที่น้ำหนักมากกว่า 60 กิโลกรัม : รับประทาน 400 มิลลิกรัม  วันละ 2 ครั้ง   เช้า - เย็น เป็นเวลา 8 - 30 วัน, หาก
               น้ำหนักตัวน้อยกว่า  60  กิโลกรัม    รับประทาน  15  มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว  1  กิโลกรัม/วัน   โดยแบ่งรับประทาน  2  ครั้ง      
               โดยขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 800 มิลลิกรัม/วัน
             • เด็ก : ขนาดรับประทานขึ้นกับอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก ซึ่งต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ เท่านั้น
     ค. สำหรับฆ่าพยาธิเข็มหมุด (Enterobiasis) :
             • ผู้ใหญ่ : รับประทาน 400 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
             • เด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี : รับประทาน 400 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
             • เด็กที่อายุ 1 - 2 ปี : รับประทาน 200 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
     ง. สำหรับฆ่าพยาธิไส้เดือน (Ascariasis) :
             • ผู้ใหญ่ : รับประทาน 400 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
             • เด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี : รับประทาน 400 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
             • เด็กที่อายุ 1 - 2 ปี : รับประทาน 200 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
     จ. สำหรับฆ่าพยาธิปากขอ (Hookworm infections) :
             • ผู้ใหญ่ : รับประทาน 400 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
             • เด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี : รับประทาน 400 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
             • เด็กที่อายุ 1 - 2 ปี : รับประทาน 200 มิลลิกรัม ครั้งเดียว
     ฉ. สำหรับฆ่าพยาธิเส้นด้าย (Strongyloidiasis) :
             • ผู้ใหญ่ : รับประทาน 400 มิลลิกรัม วันละครั้งหรือแบ่งรับประทานเช้า-เย็น เป็นเวลา 3 วัน หากจำเป็น แพทย์อาจให้ยาซ้ำ
               ได้อีก หลังจากรับประทานยาไปแล้ว 3 สัปดาห์ ควรรับประทานยา พร้อมอาหาร
             • เด็ก : ขนาดที่รับประทาน ขึ้นกับน้ำหนักตัวของเด็กและต้องอยู่ในคำสั่งแพทย์เท่านั้น
     
      ***หมายเหตุ : ห้ามใช้ยานี้ในเด็กทารก

A : เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาอัลเบนดาโซล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัช กรดังนี้
     • ประวัติแพ้ยาทุกชนิด เช่น กินยาแล้ว คลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือแน่นหายใจติดขัด/หายใจ ลำบาก
     • มีโรคประจำตัวต่างๆรวมทั้งกำลังกินยาอะไรอยู่ เพราะยาอัลเบนดาโซลอาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรือ
       เกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กินอยู่ก่อน
     • หากเป็นสุภาพสตรีควรแจ้งว่าอยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เพราะยาหลายประเภทสามารถผ่านทางน้ำนมหรือรก
       และเข้าสู่ทารก จนก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้

A : หากลืมรับประทานยาอัลเบนดาโซล สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไปไม่จำเป็น
ต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

A : ยาอัลเบนดาโซลสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง)  ดังนี้  เช่น รู้สึกไม่สบาย ในระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้
ปวดศีรษะ วิงเวียน ผื่นคัน ตับอักเสบ ปากแห้ง อาการข้างเคียง ขั้นรุนแรง ได้แก่ การกดการทำงานของไขกระดูก

A : มีข้อควรระวังการใช้ยาอัลเบนดาโซลดังนี้
     • ห้ามใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
     • ห้ามใช้ยานี้กับเด็กทารก
     • ห้ามใช้ยานี้กับผู้แพ้ยาอัลเบนดาโซล
     • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่ตับทำงานผิดปกติ
     • ระหว่างการใช้ยานี้ ควรต้องคอยตรวจความผิดปกติของระบบเลือด และการทำงานของตับควบคู่กันไป
     • ระวังมิให้เกิดการตั้งครรภ์ในเพศหญิงหลังหยุดใช้ยาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน
     • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
   
          *** อนึ่ง  ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้  "ยา"  ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด  (รวมยาอัลเบนดาโซลด้วย) 
               ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆ เสมอ  เพราะยามี  ทั้งให้คุณและให้โทษ   ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้อง
               ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยา ทุกชนิดเสมอ    (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com   บทความเรื่อง   ข้อปฏิบัติ
               พื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด)   รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

A : ยาอัลเบนดาโซลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้
     • การใช้ยาอัลเบนดาโซลร่วมกับยาลดกรด  เช่น  Cimetidine  สามารถทำให้ระดับยา อัลเบน ดาโซนด้อยประสิทธิภาพลง  หาก
       ไม่จำเป็น  ไม่ควรใช้ยาร่วมกัน
     • การใช้อัลเบนดาโซลร่วมกับยากลุ่มสเตียรอยด์   เช่น  Dexamethazone   สามารถเพิ่มระดับ   ความเข้มข้นของอัลเบนดาโซล
       ในเลือดได้  จึงควรเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน

A : ควรเก็บยาอัลเบนดาโซลที่อุณหภูมิระหว่าง  20 - 25  องศาเซลเซียส (Celsius)  เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด  พ้นแสงแดดและ
ความชื้น  เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ