5 คำถาม พร้อม นานา ทัศนะ เกี่ยวกับ อาหารเสริม


ถ้าประเทศไทยยากจนค่นแค้นมาก ๆ แบบที่บางประเทศในทวีปอัฟริกาเป็นอยู่คงไม่มีปัญหา กล่าวคือไม่มีใครตอแยกับเราในการหลอกล่อปนหลอกลวงให้ซื้อสินค้าต่าง ๆ มาบริโภค โดยที่สินค้าที่ว่านั้นมิได้เป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง

แต่พอเมืองไทยลืมตาอ้าปากได้ ถึงแม้จำนวนคนจนไม่ลดลง กลับมีคนรวยอยู่แล้วรวยยิ่งขึ้น พอรวยขึ้นก็มีสตางค์เหลือใช้ เหลือมากพอที่จะตักตวงความสุขสบายเพิ่มเติม

ปัญหามีอยู่ว่าถ้าเราจะเสียเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ของเราสักอย่างก็น่าจะมีความคุ้มค่าที่ต้องเสียไป เราคงไม่อยากถูกใครหลอกให้เสียเงินไปเปล่า ๆ

เราคงไม่อยากเสียค่าโง่ ! เพราะไม่มีอะไรที่น่าช้ำใจไปกว่าการถูกตราหน้าว่า รวยแล้วยังโง่อีก

หนึ่งในทางออกคือหาทางติดอาวุธทางปัญญาโดยการศึกษาหาความรู้ไว้เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาซื้อสิ่งของมาบริโภคในครัวเรือน

1. อาหารเสริมจำเป็นหรือไม่ ?

แพทย์ส่วนใหญ่ถือว่าการรับประทานอาหารได้ครบถ้วนแล้วนั้น อาหารเสริมก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไร

2. อาหารเสริมเพื่ออะไร ?

อาหารเสริมมีส่วนป้องกันโรคบางอย่างได้ ส่วนวัตถุประสงค์หลักของคนไทยที่หันมาสนใจอาหารเสริมคือ เพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งมักเป็นผู้หญิง นอกจากนี้คนไทยนิยมอาหารเสริมในกลุ่มวิตามินรวม วิตามินอีและซี สำหรับผู้ชายรับประทานอาหารเสริมเพื่อบำรุงสมอง บำรุงกำลัง เช่น โสม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่รับประทานอาหารเสริมเพื่อคลายเครียด ได้แก่วิตามินบี ซึ่งยังไม่มีรายงานทางการแพทย์สนับสนุนว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด

3. จะเลือกบริโภคอย่างไร ?

หลักการเลือกอาหารเสริมอย่างง่าย ๆ คือ ความต้องการของแต่ละคน เช่น ผู้ที่รู้สึกเคร่งเครียดควรเสริมด้วยวิตามินรวม ถ้าเป็นผู้หญิงควรรับประทานวิตามินรวมที่มีเหล็กด้วย นอกจากนี้วิตามินกลุ่ม "แอนตี้ออกซิแดนซ์" ได้แก่ วิตามินซี อี และเบตาแคโรทีน ซึ่งมีรายงานการแพทย์ว่าสารอาหารกลุ่มนี้ช่วยลดการเสื่อมสภาพของร่างกาย ส่วนผู้หญิงอายุ 35-40 ควรเสริมแคลเซียม เนื่องจากกระดูกเริ่มบางตั้งแต่วัยนี้แล้ว นอกจากนี้ไม่จำเป็นว่าต้องทานสูตรเดียวตลอดทุกวัน เช่น ถ้าเป็นหวัด อาจรับประทานวิตามินซีมากกว่าปกติ เป็นต้น

4. อาหารเสริมมีอันตรายหรือไม่ ?

หากรับประทานมากเกินไป วิตามินที่ละลายในน้ำ เช่น บีและซี หากรับประทานมากเกินไปจะถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะ ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมัน อาจสะสมในร่างกายอาจเกิดอันตรายได้ แร่ธาตุอื่น ๆ ก็เช่นกัน เช่น แคลเซียมระดับที่ปลอดภัยคือ 800-1,000 มก./วัน

5. โปรตีนเม็ดทำให้อ้วนหรือไม่ ?

คำตอบคือไม่ เนื่องจากโปรตีนที่มีทั่วไปเป็นโมเลกุลย่อยที่เรียกว่า "กรดอะมิโน" ในเม็ดหนึ่งมีไม่กี่มิลลิกรัม โปรตีนเม็ดเหมาะสำหรับผู้ป่วยพักฟื้น หรือผู้สูงอายุ โปรตีนเม็ดแต่ละชนิดประกอบด้วยกรดอะมิโนต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน ควรต้องเลือกตามวัตถุประสงค์ โดยปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเสียก่อนเป็นการดีที่สุด


นานา มุมมอง คิดอย่างไรกับอาหารเสริม…

สรจักร ศิริบริรักษ์ เจ้าของผลงาน ศพท้ายรถ, อำพราง-อำยวน ,จับโกหกนอสตราดามุส ฯลฯ

“โดยทั่วไปผมมองว่าวิตามิน เกลือแร่ นี่ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้ว ในบางสภาวะคนเราอาจต้องการเกลือแร่ วิตามินมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับวิตามินทุกชนิดหรือว่าจะต้องเสริมกันมากไป ถ้าดูแลในเรื่องของการกินให้เหมาะสม บางครั้งผมก็ทานวิตามินบ้าง เช่นเวลาที่เป็นหวัดก็ทานวิตามินซีเสริม ตรงนี้มันพูดยากว่าสุขภาพดีขึ้นจริงหรือเปล่ามันอยู่ที่ตัวบุคคล ถ้าเราคิดว่ามันดีมันก็ดี ตอบยากต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ถ้าถามว่าจำเป็นไหมก็ขึ้นอยู่กับสภาวะของคน ๆ นั้นเองว่าต้องเผชิญอะไรบ้าง”


ประพัทธ์ โพธิ์วัง D.J. คลื่น FM 93, 106 MHz

“ที่ทานอยู่จะเป็นพวกเรซิติน เพราะช่วยบำรุงสมอง เรื่องความจำ และก็ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทานแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น พอรู้สึกดีก็จะหยุด ที่ไม่ทานต่อเนื่องเพราะคิดว่า มันไม่จำเป็นขนาดนั้น เหมือนกับคนป่วยทานยา ถ้าป่วยก็กินถ้าไม่ป่วยก็ไม่กิน อย่างคนทั่วไปคงไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริมหรอก ยกเว้นคนทีททำงานหนักหรือผู้สูงอายุ นี่ก็จำเป็น เราควรรู้จักเลือกทานอาหารเสริม แยกแยะว่าอะไรจำเป็น เราต้องเลือกอาหารเสริมที่เหมาะสมกับตนเองและราคาที่พอจะสู้ไหว เพราะอาหารเสริมไม่ได้จำเป็นทุกอย่าง”


รุจิรา สัมมะสุต หัวหน้าฝ่ายโภชนาการ รพ.รามาธิบดี

“ดิฉันไม่เคยรับประทานอาหารเสริมในภาวะที่ร่างกายเป็นปกติ พยายามรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ แต่ถ้ามีการเจ็บป่วย ร่างกายต้องการพลังงานและสารอาหารเพิ่มในขณะนั้น หรือเมื่อไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติจึงจะคิดหาอาหารเสริมที่เหมาะสมมารับประทาน เพราะอาหารเสริมแต่ละชนิดราคาแพง และบางอย่างสามารถได้รับโดยตรงจากอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว”

CR.นิตยสารใกล้หมอ