Ginsroy GR150

Ginsroy GR150 (Knowledge)

 

คุณประโยชน์ของสารสกัดจากโสมต่อร่างกาย

 

1.เพิ่มสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย : สารสกัดจากโสมช่วยให้ผนังเซลล์ดูดซึมออกซิเจนเพิ่มขึ้นถึง 21%

ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญอาหารภายในร่างกายทำให้เซลล์เปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นพลังงานมากขึ้น  

ร่างกายมีพละกำลังสามารถทนทานต่อการทำงานหนักมากยิ่งขึ้น

 

2.ต้านความเครียด : สารสกัดจากโสมมีคุณสมบัติต้านความเครียด (Anti-stress Effect) โดยช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถอดทนต่อความเครียดได้มากขึ้น โดยสารซาโปนินในโสมจะไปกระตุ้นต่อมใต้สมองเพื่อสั่งให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนต้านความเครียด หรือ Adrenocorticotropic hormone (ACTH) ออกมาทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันและต่อต้านความเครียด โดยเร่งกระบวนการเมตาบอลิสึม Metabolism ต่างๆ เพื่อปลดปล่อยพลังงาน และสารออกมาต้านความเครียดได้

 

3.สารสกัดจากโสมมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง : สารสกัดจากโสมเป็นทั้งตัวกระตุ้นให้ประสาทตื่นตัวและช่วยระงับผ่อนคลายประสาท โดยสาร Ginsenosides Rg1 ในสารสกัดโสม มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้ตื่นตัว โดยมีกลไกการทำงานที่แตกต่างจากยากระตุ้นประสาททั่วไปจึงไม่ส่งผลเสียต่อการนอนหลับตามปกติ ขณะเดียวกัน Ginsenosides Rb และ Rc จะออกฤทธิ์ระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายตึงเครียด โดยการออกฤทธิ์ของโสมในการกระตุ้นหรือผ่อนคลายจะขึ้นอยู่กับสภาวะความต้องการของร่างกายในขณะนั้น 

 

4.สารสกัดจากโสมมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ : โสมมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นอารมณ์รักใคร่และความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์ คุณสมบัติดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในฮอร์โมน แต่เป็นผลโดยตรงของสารจินซีโนไซด์ (Ginsenoside) ที่มีต่อระบบประสาทส่วนกลางและเนื้อเยื่อภายในอวัยวะสืบพันธุ์ซึ่งสอดคล้องกับศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณ และตำรายาสมุนไพรว่าด้วยการใช้โสมของเกาหลี เป็นที่รู้จักกันดีว่าโสมมีคุณสมบัติเป็นสารเอสโตรเจนจากพื้ช (phytoestrogens) โดยการศึกษาพบว่า โสมช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองให้เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนเพศ gonadotropins เร่งการพัฒนาอวัยวะสืบพันธุ์ของลูกหนูให้ห้องทดลอง ช่วยกระตุ้นการผลิตเชื้ออสุจิในหนูผู้ใหญ่เพศผู้ โสมยังช่วยขยายระยะเวลาช่วงเอสทรัส (estrus) ทำให้หนูเพศเมียมีความพร้อมและยอมรับในการจับคู่ผสมพันธุ์นานขึ้น (ลิ้งค์ : http://en.wikipedia.org/wiki/Ginseng)

 

5.สารสกัดจากโสมช่วยลดปริมาณน้ำตาลในผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง : จากการทดสอบเชิงคลีนิก มีผลชีว่าสารสกัดจากโสมช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นและยังกระตุ้นการผลิตเซลล์ตัวรับอินซูลิน (insulin receptor cell) สมบูรณ์ขึ้น และป้องกันการเกิดอาการชาตามนิ้วมือและปลายเท้า รวมทั้งการเกิดแผลเน่าเปื่อยในผู้ป่วยเบาหวาน นอกจากนี้ Ginsenosides Rb1 และ Re ยังมีฤทธิ์คล้ายอินชูลิน จึงอาจช่วยลดขนาดการใช้อินซูลินในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานนิดพึ่งอินซูลิน

 

6.สารสกัดจากโสมเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย : สารสกัดจากโสมได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกันและลดอัตราการเกิดความรุนแรง และ ระยะเวลาของโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่ การศึกษาพบว่าโสมช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวโดยกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ginsenoside Rg1 ที่มีในสารสกัดโสมช่วยเพิ่มสัดส่วนของเซลล์ทีเฮลเปอร์ helper T (Th) ในจำนวนของเซลล์ทีทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า ginsenoside Rg1 ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวโดยการกระตุ้น CD4+ lymphocytes ให้เกิดการทำลายสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย

 

7.สารสกัดจากโสมช่วยเร่งฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย : จากการศึกษาวิจัยและผลทางคลินิกพบว่าโสม สามารถต่อต้านโรคและอันตรายจากรังสีรวมถึงสารพิษต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อโรคแทรกซ้อนบางชนิด ช่วยร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงและเพิ่มสมรรถภาพในการต้านความเครียดซึ่งส่งผลให้
สุขภาพโดยรวมดีขึ้นจึงทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวหายเป็นปกติจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น

 

8.สารสกัดจากโสมช่วยรักษาความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้คงอยู่ตลอดไป : สารสกัดจากโสมสามารถทำลายอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ คงสภาพความสมบูรณ์แข็งแรง ประกอบกับคุณสมบัติของสารสกัดโสมช่วยทำหน้าที่เป็นตัวปรับสภาพ "Adaptogenic agent" สร้างความสมดุลให้แก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายและจิตใจมีความทนทานต่อความกดดัน ส่งผลให้การชะลอกระบวนการเสื่อมชราให้ช้าลงทำให้ร่างกายคงความสดใสเยาว์วัยอยู่ต่อไปได้เนิ่นนานขึ้น

 

 

..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

*** คุณประโยชน์ของน้ำมันจากปลา ***

       คุณประโยชน์ของน้ำมันปลาทูน่าพิสูจน์จากงานวิจัย ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมายระบุว่า น้ำมันจากปลาทูน่ามีคุณประโยชน์มหาศาลโดยผลการศึกษาล่าสุดจำนวนไม่น้อยยืนยันว่า โอเมก้า 3 ในน้ำมันปลาช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้น้ำมันบริสุทธิ์จากปลาทูน่ามีปริมาณความเข้มข้นของ EPA และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สำคัญที่สุดในกลุ่ม Omega ในน้ำมันปลา

       DHA หรือ กรดไขมัน Docosahexaenoic เป็นส่วนหนึ่งของกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า - 3  ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด และลดความเสียงของโรคหัวใจ มีข้อมูลการศึกษาทางการแพทย์จำนวนมากชี้ว่า DHA ช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคทางสมองเช่น โรคอัลไซมเมอร์ สมาธิบกพร่อง หรือ แม้แต่อาการซึมเศร้า

       EPA หรือกรด Eicosapentaenoic เป็นที่รู้จักกันว่ามีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ EPA อาจมีศักยภาพและประโยชน์ต่อสุขภาพจิตใจเช่นภาวะซึมเศร้า, โรคขาดสมาธิ หรือ Hyperactivity Disorder (ADHD) EPA ยังช่วยมีผลต่อโรคอื่นๆ เช่นสมองเสื่อม, โรคเกี่ยวกับภูมิต้านทาน และโรคทางจิตเวช